2007/Sep/16

เอ้า!! กลับมาตามสัญญาค่า~
ทีแรกกะจะไม่อัพแล้ว เนื่องจากที่บอกไปคราวก่อนว่าวันจันทร์ (พรุ่งนี้นั่นแล) มีสอบ Social Science... แต่.. เนื่องจากความผิดพลาดของเราเองที่ไปอ่านเมล์อาจารย์ไม่ถี่ถ้วน ทำให้เข้าใจผิด..
แหะๆ จริงๆ มันสอบวันจันทร์หน้าค่ะ ^^" แต่ก็ขอรับคำอวยพรของฟูจังล่วงหน้านะคะ หุหุ (ให้แล้วให้เลย ไม่มีคืนค่ะ)

เพราะงั้นก็เลยอารมณ์ดี ดี๊ด๊าอย่างที่เห็น นั่งเล่นกับ theme บล็อกอยู่พักใหญ่ ย้ายโน่นย้ายนี่ เอาโฉมหน้าท่านเคนมาให้ดูกันชัดๆ ที่ข้างๆ comment box ,,>w<,, เหะๆ ท่านเคนนี่เป็นพระเอกของเราตลอดกาลสำหรับงานอาจารย์ Kaori Yuki เลยนะเนี่ย เสียดายที่เราตั้ง theme ไว้เป็นสีดำๆ - เทาๆ เลยไม่ได้เห็นดวงตาสีเขียว-ทองของท่านเคนแบบชัดๆ กัน...

เอาล่ะค่ะ นอกเรื่องมาไกลแล้ว.. กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า...
Gravel Kingdom ตอนที่ 3 และ 4 ค่า~* ฮิ้วว

เรามาเริ่มกันที่ตอนที่ 3 กันเลยนุ "Worry" ค่ะ

หลังจากที่ Kanai ตายไป Sajuraou ในร่างพระราชาของอาณาจักรแห่งเวลา ก็ได้ร้องเรียกทหารยามเข้ามาจับกุม Kira ในฐานะกบฏ โดยให้เหตุผลว่า Kira และ Kanai ต้องการปลงพระชนม์ Saga เพื่อแย่งชิงบัลลังก์ ก่อนจะส่งตัว Kira ไปขังไว้ในคุกใต้ดินที่เรียกว่า Yomi ที่ซึ่ง Saga เคยถูกส่งตัวไปก่อนหน้านี้

เมื่อไปถึง Yomi... Kira ก็เกือบจะถูกฆ่าจากพวกคนที่นั่นซึ่งเกลียดพวกเชื้อพระวงศ์ค่ะ (อีตา Kira มันกระแดะไปสู้กับเค้าด้วยแหละ) แต่ Kira ก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือจาก Kishiru (ถึงวิธีที่ช่วยจะดูไม่เหมือนการช่วย แต่มันก็คือการช่วย.. เหะๆ งงมั๊ยเนี่ย?? ^^")

และเมื่อ Kira อยู่คนเดียวในห้อง ก็ได้มี Sand Dragon ตัวเล็กๆ บินเข้ามาหา... ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่ Sand Dragon ตัวนั้นเชื่องกับมนุษย์อย่าง Kira...

ขณะที่ Kira มอง Sand Dragon ตัวนั้นแล้วคิดถึง Kanai อยู่นั่นเอง Kishiru ก็ปรากฎตัวขึ้นมาพร้อมกับถามว่า ทำไม Kanai ถึงตาย... (ที่แท้ Kishiru เป็นเพื่อนร่วมรบกับ Kanai มาก่อนค่ะ) Kira ได้แต่ตอบว่า ถึงจะต้องกินทราย ตนก็ต้องมีชีวิตรอดให้ได้เพื่อกลับไปฆ่า Saga ล้างแค้นให้ทุกๆ คน และ Kishiru ที่เห็นความตั้งใจนั้น ก็ได้ช่วยให้ Kira หลบหนีออกจาก Yomi ไปได้ โดยใช้ช่องอากาศที่ Sand Dragon ตัวนั้นหลงเข้ามา ซึ่งก็เป็นช่องเดียวกันกับที่ Saga เคยใช้หลบหนีออกไปนั่นเองค่ะ (ที่พวก Kishiru ไม่ได้หนีไปตั้งแต่ต้น ก็เพราะช่องนั้นสูงมากๆ และทุกคนตัวใหญ่เกินไปค่ะ.. ดีนะเนี่ยที่พระเอกของเราเพรียว หุหุหุ)


Kishiru ค่ะ... ตอนหารูปชัดๆ ของตานี่ ถึงได้รู้ว่า.. นี่มันตัวประกอบเต็มรูปแบบเลยนะเนี่ย ^^" แทบจะไม่มีรูปที่เห็นหน้าตรงๆ ชัดๆ ซักรูป

ซึ่งก่อนที่ Kira จะปีนขึ้นไปตามช่องนั้น เค้าก็ได้ถอดต่างหูฝากให้เจ้า Sand Dragon เอาไปส่งให้ Worry เพื่อให้เธอได้รู้ว่าเค้ายังไม่ตาย ส่วน Kishiru ก็ได้มอบดาบใหม่ให้ Kira 1 เล่ม

และฉากก็ตัดไปที่ Worry ที่กำลังร้องไห้ถึง Kira อยู่... เมื่อเธอได้รับต่างหูนั้นจาก Sand Dragon แล้ว เธอก็ได้ทำการปลดปล่อย Sand Dragon จากคำสาปของพวกมนุษย์ทรายค่ะ

ตัดฉากกันอีกครั้ง.. คราวนี้ไปที่ Saga ค่ะ
Saga ที่ไปเดินในเมือง ได้ไปพบกับหญิงสาวที่เป็น Sand Biter เข้า...

พวกเค้าตกหลุมรักซึ่งกันและกัน และสัญญากันว่าซักวันจะไปอยู่ด้วยกันในอาณาจักรที่ไม่มีทรายค่ะ

แล้วก็ตัดฉากกันอีกครั้ง... คราวนี้กลับมาที่พระเอกของเรา...

Prince Kirameki กลับมาแล้วค่า~~~ ฮิ้วว
จบตอนที่ 3 ค่ะ

และเพื่อไม่ให้เสียเวลา.. มาต่อกันเลยค่ะ
ตอนที่ 4 "Saga"... จริงๆ แล้วตอนนี้จะเป็นการเปิดเผยความลับทั้งหมดของเรื่อง ทีแรกเราตั้งใจว่าจะไม่เล่า... แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าให้กระจ่างเพื่อไม่ให้ค้างคาใจค่ะ

มาถึงวันสถาปนาพระราชาคนใหม่... ขณะที่กำลังจะถึงช่วงสำคัญของพิธีนั่นเอง Kira ก็ได้บุกเข้ามาจับตัวพระราชาเป็นตัวประกัน พร้อมทั้งกดปุ่มระเบิดหินเพื่อให้น้ำไหลบ่าเข้ามาในวัง.. แน่นอนว่า Sajuraou เมื่อถูกน้ำแล้วก็กลับกลายไปเป็น Sand Demon ค่ะ


การกรากฎตัวของ Kirameki ค่ะ

ณ จุดนี้เองที่ Seraphita ในร่างของ Worry ออกมาเล่าเรื่องราวในอดีตของ Sajuraou ว่า เมื่อ 300 ปีก่อนเค้าเคยเป็นราชาของอาณาจักรแห่งเวลา แต่เค้าได้ไปเปิดหนังสือต้องห้าม และปลดผนึกมัน ทำให้เค้ากลายเป็นปีศาจและถูกขับไล่ออกไปจากอาณาจักร... Sajuraou จึงสาบานว่าจะล้างแค้นและรวมตัวเข้ากับปีศาจทรายและขึ้นเป็นผู้นำของเหล่ามนุษย์ทราย.. ดังนั้น หากฆ่า Sajuraou ได้ พวก Sand Demon และ Sand Biter ก็จะสลายไปด้วยกัน...
และเมื่อ Sajuraou พบว่าพระราชา Izanaki (พ่อของ Kira น่ะค่ะ จริงๆ แล้วเค้ามีชื่อมาตั้งแต่แรกแล้วนะแต่เราไม่ได้เอ่ยชื่อเค้าเองแหละ ^^") รักกับหญิงที่เป็นมนุษย์ทราย จึงได้ใช้ความเกลียดชังของ Saga ที่เกิดจากการที่พระราชา Izanaki สั่งฆ่าแม่ของเค้าให้เป็นประโยชน์...

แต่มาถึงตอนนี้ความจริงก็ปรากฎค่ะว่า คนที่สั่งฆ่า Saga และแม่ของเค้า ไม่ใช่ราชา Izanaki ตรงกันข้าม.. พระราชา Izanaki เองนั้นได้พยายามอย่างมากที่จะตามตัวทั้งคู่กลับมา แต่ก็ได้รับข่าวว่าทั้งสองถูกทำร้ายเสียก่อน...


โฉมหน้าที่แท้จริงของ Sajuraou ค่ะ...
บทพูดนั่นเป็นตอนที่เจ้าตัวขัดจังหวะการเล่าของ Seraphita ค่ะ

แล้วคนทำร้ายสองแม่ลูกก็คงเป็นใครไปไม่ได้ค่ะ นอกจากตัวร้ายของเรื่อง.. Sajuraou นั่นเอง.. เค้าได้ฆ่าแม่ของ Saga และจงใจปล่อยให้ Saga หนีไปได้ เพื่อจะได้หลอกใช้ Saga ได้ภายหลังนั่นเองค่ะ...

ในจังหวะที่ Saga กำลังยืนอึ้งอยู่นั่นเอง Sajuraou ก็แทง Saga และหันกลับมาจะฟัน Kira ต่อ แต่แล้วเจ้ามังกรน้อยตัวนั้นที่ตอนนี้โตแล้ว (รวดเร็วมั่กๆ) ก็ได้เข้ามาช่วย Kira เอาไว้ พร้อมกับคำพูดว่า "ข้าจะคอยปกป้องเจ้า ตราบใดที่ยังมีรอยแผลเป็นนี้ไม่ว่าข้าจะเกิดใหม่กี่ครั้ง ข้าก็จะเป็นผู้คุ้มครองเจ้า" อรั๊งงง หวานนน ค่ะ ขออนุญาตจิ้นนน ,,>w<,,

ถึงตอนนี้.. คงจะเรียกรอยยิ้มหลายๆ คนได้เลยทีเดียว.. เพราะที่แท้แล้วมังกรตัวนั้นก็คือ Kanai ที่กลับมาเกิดค่ะ ฮื้วว~~~ ปลื้มๆๆ >w< คนดีไม่ได้ตายง่ายๆ แน่นอนค่ะ (สำหรับเรื่องนี้น่ะนะ ^^" เรื่องอื่นของอาจารย์ท่าน ถึงจะเป็นคนดีแค่ไหน ถึงเวลาก็ฆ่าทิ้งค่ะ TwT)

เอาล่ะ มัวแต่ปลื้มกันอยู่ เจ้าชายของเราก็เลยพลาดท่าให้ Sajuraou ซะแล้ว แต่จังหวะที่กำลังเสียเปรียบนั้นเอง Saga ก็ได้โดดเข้ามาจิ้ม Sajuraou ไปหนึ่งจึ้กค่ะ (มัวแต่ปลื้ม Kanai ค่ะ เหอะๆๆ สำนวนการเล่าเริ่มติงต๊อง) และไอ้จึ๊กเดียวนั่นก็ทำให้ Sajuraou ตายไปเลยค่ะ...

และตามที่เราได้บอกไปแล้ว... หาก Sajuraou ตายไป เหล่ามนุษย์ทรายทั้งหลายก็ต้องตายเหมือนกัน... แต่เนื่องจากมนุษย์ทรายมีร่างเป็นทราย เมื่อตายพวกเค้าจึงแค่สลายกลับกลายเป็นทราย ไม่เหลือร่างกายไว้... Saga เองทั้งๆ ที่เป็นลูกครึ่งมนุษย์-มนุษย์ทราย แต่ก็หนีไม่พ้นข้อกำหนดนี้ค่ะ

เพียงแต่ Saga ไม่ได้ตายเพราะการตายของ Sajuraou แต่ตายเพราะบาดแผลจาก Sajuraou ซึ่งแน่นอนว่าการตายของ Saga ทำให้คนรักร้องไห้ค่ะ...


"คนโกหก... ไหนเธอบอกว่าจะไปจากที่นี่ด้วยกันกับชั้นไงล่ะ... นั่นน่ะ.. เธอสัญญาแล้วนะ"

และก็มาถึงบทสรุปของเรื่องนี้... เมื่อเวลาผ่านไป ในงานแต่งงานของ Kira กับ Worry นั่นเองที่...

ที่....
...
..
.

เหะๆๆ ไม่บอกค่ะ อันนี้เป็น Surprise ของอาจารย์ Kaori Yuki เลยน้าา~ เอาไว้รออ่านกันเองดีกว่านุ ^^ บอกก่อนว่างานนี้ Happy Ending ค่า~ (หายากนะเนี่ย >w<)

เอาเป็นว่า... ของแถมสำหรับ entry นี้... เป็นภาพจาก postcard ค่ะ

||| รูปภาพทั้งหมด scan โดย Fansite ของฝรั่งเศส "Angelic Voice"
และตัดมาจาก Scanlation ของ Sakura-Crisis ค่ะ (แบบว่า ไม่มีปัญญาแสกนเอง ^^") |||
||| เนื้อหาทั้งหมดเขียนเองโดยสรุปจาก scan ของ Sakura-Crisis ค่ะ |||
||| ทั้งนี้หากต้องการนำข้อมูลต่างๆ ไปเผยแพร่ ขอความกรุณาขออนุญาตกันก่อนด้วยนะคะ |||

--------------------------------------------

และก็ขอปิด entry ด้วยการแนะนำการ์ตูนผู้หญิงซักเรื่องแล้วกันนะคะ (อ่านอะไรที่เป็นปกติๆ กับเค้าก็เป็นค่ะ แหะๆ)

>>คลิกเพื่อดูรายละเอียดค่ะ<<

พอดีเรื่องนี้เราหลวมตัวซื้อมาคราวก่อนที่ไปร้านการ์ตูน
คือ.. หลังๆ นี่เราจะซื้อแค่เรื่องที่เราเคยได้ยินชื่อญี่ปุ่นมาก่อน หรือเรื่องของนักเขียนที่ชอบ ไม่ก็ดูจากสำนักพิมพ์ของญี่ปุ่นน่ะค่ะ
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ซื้อเรื่องนี้มาอ่าน... นักเขียนก็ไม่รู้จัก (เรื่อง: อ.Sai Yukino ภาพ: อ.Kairi Yura) สำนักพิมพ์ญี่ปุ่นก็เป็น Kadokawa Shoten (การ์ตูนผู้หญิงปกติถ้าไม่รู้จักนักเขียน เราจะเลือกของ Shueisha, Hakusensha ไม่ก็ Shokakukan ไว้ก่อนน่ะค่ะ)

แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังเลยค่ะ ทั้งแนวเรื่อง ตัวละคร และลายเส้น...โดยเฉพาะพระเอกค่ะ ปกติเราอ่านการ์ตูนจะไม่ค่อยชอบพระเอกเท่าไหร่ แต่ตาคนนี้ชนะใจเรามากๆ >w< คนบ้าอะไรไม่รู้.. ทำตัวนิสัยไม่ดีได้น่ารักจริงๆ (ตกลงมันน่ารักหรือไม่น่ารักล่ะเนี่ย ^^")
ไอ้นิสัยไม่ดีนี่คือประมาณชอบแกล้งนางเอกและตัวละครอื่นๆ น่ะค่ะ (หลังๆ อ่านการ์ตูนเจอตัวเอกแบบนี้แล้วหลงรัก เหอะๆๆ ใจง่ายจริงๆ เรา) แถมตานี่ไม่ได้นิสัยไม่ดีธรรมดา แต่ช่างแกล้งโง่ได้เป็นธรรมชาติมากๆ
และที่ชอบสุดๆ ก็คือ... ฉากชวนจิ้นวายหลายๆ ฉากในเรื่องค่ะ (ไหนเมื่อกี๊มันบอกว่าแนวปกติ -_-")

แต่จะชมอย่างเดียวก็ใช่ที่... เรื่องนี้มีจุดที่เราไม่ชอบอยู่ 2 จุดค่ะ...
จุดแรก... ชื่อเรื่องค่ะ...
เรื่องนี้ชื่อญี่ปุ่นว่า Saiunkoku Monogatari ซึ่งจะแปลเป็นอังกฤษก็คงประมาณ "Saiun Kingdom Tale" ... แต่พระแม่เจ้า~ บงกชมันแปลว่าบุปผาคู่บัลลังก์... ไอ้ดอกไม้นี่มันโผล่มาจากไหน แล้วไอ้บัลลังก์นี่มันมีมาตั้งกะเมื่อไหร่เนี่ยย >_<* (ทำเอาเราหงุดหงิดมาหลายเรื่องแล้วนะกับการแปลชื่อมั่วๆ ของ BKC)

ส่วนจุดที่สองก็คือ.. ตัวละครค่ะ.. ประสบปัญหาคล้ายๆ ตอนอ่าน Haruka เล่มแรกๆ.. คือเราจำชื่อตัวละครไม่ได้ ^^" แต่อ่านๆ ไปก็โอเคค่ะ พอไหว.. แต่ถ้าบงกชมันออกเล่ม 2 ช้าล่ะก็... คงลืมแน่ๆ ^^"

ชักยาวแล้วเรา.. เริ่มเขียนแล้วหยุดไม่ได้ ^^" พอดีกว่านุ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันจบจบ
และขอบคุณสำหรับทุกๆ comment เช่นเคยค่า~


edit @ 2007/09/16 18:22:36

Comment

Comment:

Tweet


ตอบจากblogงับ
ใช้
Canon EOS Kiss digital อีกชื่อนึงก็ 400D ครับ
กับเลนส์ Tamron17-50/2.8 แล้วก็ แฟลช 550ex ครับผ้ม
#8 by Nop ('-^)v At 2007-09-21 13:53,
ท่าจะคลั่งใคล้อาจารย์เอามากๆแฮะ...
ธีมสีดำๆแบบนี้สวยดีฮะ
(เคยคิดอยากจะทำ...แต่คิดคอนเสปไม่ออก T_T)
ท่านเคนตรงช่องคอมเมนต์นี่...โฮกสุดๆ >_< !!
#7 by ★ZEASonal At 2007-09-19 15:39,
ขอบคุณทีนำตอน3กับ4มาต่อจนจบนะคะ

แบบว่า แอบหลงรัก Saga ขึ้นมาซะงั้น น่าเสียดายที่ต้องสลายไป

และชอบน้องมังกรด้วยค่ะ เพราะปกติเป็นคนชอบมังกรหรือเทพนิยายเกี่ยวกับมังกรอยู่เป็นทุน หุหุ

และแล้วจบแบบแฮปปี้ ก็ค่อยยังชั่วค่ะ ฮ่า ฮ่า

ส่วน Saiunkoku นี่ก็ อ๋อ อ๋อ เพราะโหลดแบบเป็นอนิเมะมาดูอ่ะค่ะเลยนึกออก ขอบคุณที่แนะนำค้าบ
#6 by wanako_chan At 2007-09-19 06:46,
ก้าก ตายละ อ่านเพลิน สนุกสนานมากเลย ทำไมเป็นงี้เนี่ย แล้วการบ้านล่ะ ก้าก
มันช่างว๊ายวาย แต่แบบ เหมือนอ.แกคิดในใจว่า "ไม่ต้องจิ้น ตูจัดให้" เลยใส่ใหญ่เลย ก้าก
#5 by songsage At 2007-09-17 19:34,
โอ้วววววว คิดถึงคาโอมาก

อยากอ่านกาตูนมั่ง ช้านไม่มีเวลาอ่านเลย
#4 by [- KaOru -] At 2007-09-17 00:10,
ขอบคุณสำหรับพรีวิวมังงะของคาโอริ ยูกินะคะ
เราชอบนักเขียนคนนี้นะ แต่บางทีอ่านไปแล้วแอบกลัว ถ้าอ่านต้องไม่จำอะไรมาก เดี๋ยวมันจะหลอนเอาทีหลัง

ส่วนเรื่องไซอุนโกกุ โมโนกาตาริ...
ดีจังที่ไทยออกฉบับลิขสิทธิ์แล้ว
เราดูanimeภาคหนึ่งจบไปแล้วชอบมากๆเลยค่ะ
นางเอกฉลาดดี ไม่ทำตัวบ้าบอไปวันๆ
แต่อยากให้ชูเรใจอ่อนกับริวคิไวๆจัง
#3 by IllusionCheshire At 2007-09-16 23:07,
แง้ววว ฉากที่รู้ว่ามังกรน้อยคือ Kanai กลับชาติมาเกิดนั้นทำให้ฟูจังยิ้มได้เลยจริงๆค่ะ แง้ววว รู้สึกดีมากๆ เหมือนความหวังที่วูบไปวาบขึ้นมานิดนึง (หึหึ ก็ไม่มีหน้าหล่อๆมาแล้วนี่นา ถูเกล็ดมังกรไปแทนแล้วกันนะ Kiraคุง )

แต่ก็แอบสงสารสาวน้อยที่เสียน้ำตาตอนท้านนะคะ

ขอเม้าเรื่องการ์ตูนผู้หญิงบ้าง อืมม์ ดูภาพแล้วน่าอ่านจริงๆนะคะ อ้อ..คาโอจัง เรียนภาษาญี่ปุ่นมาใช่ไหมคะเนี่ย เก่งจัง (ฟูจังก็อยากเรียน แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เรียนเน้~)

ส่วน Haruka ที่ว่านี่ คือ Harukanaru Toki No Nakade หรือเปล่าคะ ถ้าใช่ละก็...เย็นใจได้เลนค่ะเพราะคาโอจังจะได้เพื่อนร่วมกรี๊ดอีกคนแล้ว! (แต่ถ้าไม่ใช่ฟูจังก็หน้าแตกสิค้า 555+)
#2 by ฟูจัง~* At 2007-09-16 22:00,
ลายเส้นอาจารย์ยังสวยไม่เปลี่ยนเลยโฮกก ชอบเรื่องแนวแฟนตาซีของอาจารย์มากค่ะ เห็นหน้าพระเอกแล้วโฮกก คริๆ ชอบคนผมดำ ^^ อยากให้เรื่องนี้เข้าที่ไทยจัง ^^
#1 by :::[[Hisoka]]::: At 2007-09-16 19:49,

Himura Kao
View full profile